ศาสนาในอียิปต์ สำหรับทัวร์เที่ยวอียิปต์

ศาสนาในอียิปต์ ทัวร์อียิปต์ เที่ยวอียิปต์

หากเราเดินทาง เที่ยวอียิปต์ในวันนี้   ผู้เดินทางไปทัวร์อียิปต์จะเห็นได้ว่าประชากรส่วนใหญ่แทบทุกพื้นที่ เป็นผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม เรียกได้ว่าเกินกว่า 90% ของประชากรในประเทศเป็นมุสลิม  สังเกตได้อย่างชัดเจนจากการแต่งการของหญิงสาวที่ต้องสวมผ้าคลุมศีรษะและใบหน้าเมื่อออกจากบ้านตามหลักศาสนา อีกทั้งเราจะพบเห็นว่ามีมัสยิดปรากฏอยู่ทั่วทุกเมือง ดังนั้นจึงมีประชากรเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่นับถือศาสนาคริสต์

ชาวอียิปต์เป็นผู้เคร่งครัดในศาสนา มีการละหมาด 5 เวลาในทุกวัน ช่วงเดือนรอมฎอนก็จะมีการถือศีลอดเหมือนชาวมุสลิมโดยทั่วไป แต่ที่อียิปต์จะมีการประดับประดาโคมไฟในบ้านเรือนและสถานที่ราชการในช่วงนั้นด้วย ซึ่งบรรยากาศในช่วงดังกล่าวจะมีความคึกคักมากโดยเฉพาะกลางคืน เนื่องจากช่วงกลางวัน เป็นช่วงของการถือศีลอด งดเว้นอาหารและเครื่องดื่ม รวมทั้งการกลืนน้ำลาย ตั้งแต่ฟ้าสางไปจนถึงตะวันตกดิน

ก่อนหน้าที่ศาสนาอิสลามจะเข้ามามีอิทธิพลในอียิปต์ หลักฐานจากโบราณสถานต่างๆ ปรากฏชัดว่า ชาวอียิปต์โบราณมีการนับถือในเทพเจ้าหลายต่อหลายองค์ ความเคร่งครัดเรื่อง ศาสนาในอียิปต์นั้นมีมาตั้งแต่โบราณ จากความเชื่อที่ว่าเหล่าเทพต่างๆ จะคอยดูแลสิ่งต่างๆ ในโลกและจักรวาล ด้วยเพราะในอดีตกาล มีความหวาดกลัวและบูชาปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ เนื่องจากยังไม่มีเรื่องของวิทยาศาสตร์เข้าไปให้ความกระจ่างเหมือนในปัจจุบันนั่นเอง

ศาสนาในอียิปต์ง่ายๆ สำหรับนักท่องเที่ยวทัวร์อียิปต์

ก่อนไปท่องเที่ยวทัวร์อียิปต์เมื่อหลายปีก่อน ต้องเอาหนังสือที่เกี่ยวข้องกับศาสนาอียิปต์โบารณมาศึกษา ซึ่งใช้เวลานานมาก และ จำยากมาก  ดังนั้นไกด์อียิปต์ถึงต้องมีความรู้ด้านนี้อย่างจริงจัง

จากหลักฐานโบราณคดีที่ขุดค้นพบ  ระบุว่าชาวอียิปต์เริ่มมีความคิดเรื่องเทพเจ้ามาไม่น้อยกว่า 6,000 ปี เทพเจ้าของอียิปต์มักอยู่ในรูปของสัตว์นานาชนิดที่พบเห็นได้รอบๆ ตัว  เทพสูงสุดคือเทพ “รา” (อะมอนรา) โดยชาวอียิปต์เชื่อว่าพระองค์เป็นผู้สร้างโลกและสวรรค์ รวมทั้งสิ่งมีชีวิต ด้วยความหลากหลายของเทพเจ้าในอารยธรรมอียิปต์โบราณ ไม่เฉพาะเทพแห่งการอยู่ดีกินดี หรือปกป้องภัย แต่ลงลึกไปถึงเทพแห่งอาชีพ เทพประจำเมือง ที่ไม่สามารถนำมาบอกเล่ากันได้หมด จึงขอยกตัวอย่างเพียงบางส่วนเท่านั้น

รา หรือ เร (Ra /Re)

เป็นสุริยเทพ หรือ เทพเจ้าสูงสุด เพราะเป็นบิดาแห่งเทพปวง เพราะทรงสร้างเทพอีกหลายองค์  เทพเจ้ารามีสัญลักษณ์หลายรูปแบบ  แต่สัญลักษณ์สำคัญ คือ รูปจานกลมแห่งดวงอาทิตย์ (Solar  Disk ) ที่ตั้งอยู่บนศีรษะ เป็นมนุษย์ยืน ทั้งยืนธรรมดาและยืนอยู่บนเรือ  ส่วนของศีรษะจะเป็นนกเหยี่ยว

โอซิริส (Osiris)

ชาวอียิปต์โบราณเชื่อกันว่าในโลกของเทพ ก็มีดินแดนหลังความตายหรือยมโลก โอซิริสก็คือเทพผู้ยิ่งใหญ่อยู่ที่นั่น ดังนั้นจึงเชื่อกันอีกว่า ฟาโรห์ที่สวรรคตจะทรงไปรวมกับโอซิริสในดินแดนหลังความตาย ในที่ฝังพระศพของบรรดาฟาโรห์จึงมีภาพของโอซิริสอยู่ด้วย ลักษณะของโอซิริส คือบุรุษที่ผิวดำถูกพันไว้แบบมัมมี่ ทรงเครื่องและมงกุฎของฟาโรห์  ความเชื่อเรื่องการฟื้นชีพก็เกี่ยวข้องกับโอซิริส ตามตำนานที่ว่าโอซิริสถูกฆ่าโดยเซธและถูกสับเป็นชิ้นๆ แต่มหาเทวีไอซิส  ได้ตามเก็บรวบรวมชิ้นส่วนพระศพมาต่อใหม่ ทำให้โอซิริสกลับฟื้นคืนมาได้อีกครั้ง

ไอซิส ( Isis)

ไอซิสเป็นเทพที่เป็นสตรี ที่สื่อถึงความรักและความเสียสละ เนื่องจากไอซิสเป็นอัครเทวีที่อุทิศตนเพื่อสามีและบุตร ซึ่งชาวอียิปต์โบราณให้ความนับถือมาก  นอกจากนั้นยังเชื่อกันว่า เป็นเทพีแห่งการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ รูปลักษณ์ของไอซิส คือ หญิงผู้มีความงดงาม แต่งกายตามแบบของมเหสีแห่งฟาโรห์

 เซธ (Seth)

มาถึงเทพแห่งด้านร้ายกันบ้าง เพราะนี่คือเทพแห่งพายุและความรุนแรง รูปลักษณ์น่ากลัว เพราะมีหน้าตาเป็นสัตว์ที่เกรี้ยวกราด เช่น หมู หรือ ลา ในตำนานกล่าวว่า เซธเป็นอนุชาหรือน้องชายของโอซิริส ที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังพี่ชายของตนอย่างมาก มีความชั่วร้ายถึงขนาดที่ลงมือฆ่าพี่ชาย

ธอธ (Thoth)

ใครที่เป็นนักเขียนหรือผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับการบันทึกเรื่องราว อาจจะมีความสนใจต่อเทพองค์นี้อยู่มาก เพราะนี่คือธอธ เทพแห่งอาลักษณ์ ซึ่งแปลว่า งานที่มีลักษณะขีดๆ เขียน ทั้งการบันทึกเรื่องราว นักเขียน นักข่าว รวมทั้ง ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ดังนั้นธอธ จึงหมายถึงเทพเจ้าแห่งการอ่านเขียน มีความเชี่ยวชาญในการจดบันทึกต่างๆ รวมทั้งเป็นผู้ที่พิพากษาดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับด้วย

โซเบค (Sobek)

เป็นเทพอีกองค์ที่ใครๆ ก็ชื่นชอบ แม้ลักษณะหน้าตาจะดูไม่เป็นมิตรนัก เพราะแม้ตัวจะเป็นคน แต่มีหัวเป็นจระเข้ ที่เป็นเช่นนั้น เพราะจระเข้คือสิ่งที่สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำ และชาวอียิปต์โบราณก็อาศัยแม่น้ำไนล์ในการดำรงชีวิต

บาสเตต (Bastet)

หากถามว่า สัตว์ที่ชาวอียิปต์โบราณเคารพนับถือมากคืออะไร หลายคนคงคาดไม่ถึงว่า มันคือแมว อาจจะเป็นทั้งความรักและความผูกพัน เพราะชาวอียิปต์โบราณให้ความใกล้ชิดเป็นอย่างมากถึงขนาดที่มีการทำมัมมี่แมวกันเป็นเรื่องปกติ บาสเตตจึงเป็นเทพเจ้าหนึ่งอันเป็นที่เคารพ ลักษณะจะเป็นผู้หญิงที่มีศีรษะเป็นแมว

 

ฮอรัส (Horus)

นกเหยี่ยวเป็นสัตว์ได้ชื่อว่า มีสายตาที่แหลมคม ดังนั้นเทพที่มีศีรษะเป็นนกเหยี่ยว จึงเป็นตัวแทนแห่งความฉลาดหลักแหลม ฮอรัสเป็นโอรสแห่งโอซิริสและไอซิส  เป็นเทพแห่งท้องฟ้า อีกทั้งด้วยความหมายที่สื่อความฉลาดหลักแหลม รู้แจ้งเห็นจริง จึงถูกเปรียบว่านี่คือฟาโรว์เมื่อครั้งยังมีชีวิต

ฮาเธอร์ (Hathor)

ฮาเธอร์ มีลักษณะที่คล้ายกับองค์สูริยะเทพหรือเทพรา เพราะมีสัญลักษณ์ของดวงอาทิตย์ดวงกลมซึ่งมีเขาวัวโอบไว้ตั้งอยู่บนศีรษะ แต่ต่างกันตรงที่เป็นสตรีและมีหน้าตาเป็นมนุษย์ แถมยังเชื่อกันว่าเป็นธิดาของเทพรา เป็นอีกเทพเจ้าที่มีความงดงาม เพราะเป็นตัวแทนแห่งการให้และความเมตตา เกี่ยวข้องกับความรัก ความสุข และศิลปะต่างๆ

นัท หรือ นุท (Nut)

เทพีนัท น่าจะเป็นเทพที่มีรูปลักษณ์ที่แปลกและแหวกแนวที่สุดแล้ว ด้วยลักษณะของผู้หญิงที่โน้มลำตัวโค้งเป็นครึ่งวงกลม  เหมือนความหมายที่ต้องการจะสื่อว่า เป็นเทวีแห้งท้องฟ้า การโค้งลำตัวเป็นครึ่งวงกลมจึงคล้ายกับลักษณะของท้องฟ้าที่โอบอุ้มโลกเอาไว้ บ้างก็เป็นรูปผู้หญิงที่ทูนหม้อน้ำอยู่บนศีรษะ บางความเชื่อก็บอกว่าเทพีนัท เป็นผู้ให้กำเนิดเทพอีกหลายองค์เช่น โอซิริส ไอซิส เนฟธิส เซธ และ ฮาร์มาคิส

เซคเมต (Sekhmet)

เซคเมตมีรูปร่างเป็นมนุษย์ผู้หญิง แต่ศีรษะเป็นสิงโต เป็นอีกเทพีที่มีจานกลมที่มีลักษณะเหมือนดวงอาทิตย์อยู่บนศีรษะ ได้ชื่อว่าเป็นเทวีผู้ดุร้าย แต่ก็เป็นความดุร้ายเพื่อพิทักษ์ความดี มีพลังอำนาจเพื่อป้องกันบรรดาเทพทั้งหลาย

ปตาห์ (Ptah)

เมื่อความมืดมิดมาเยือน ก็ถึงเวลาของเทพปตาห์ เพราะเชื่อกันว่านี่คือเทพที่จะออกมายามแสงอาทิตย์ลับลา จึงได้ชื่อว่าเป็นเทพเจ้าที่คุ้มครองชีวิตหลังความตายคล้ายๆ กับโอซิริส โดยมีลักษณะมัมมี่ของมนุษย์ผู้ชาย

อนูบิส(Anubis)

ดูเหมือนว่าชาวอียิปต์โบราณจะให้ความสำคัญกับชีวิตหลังความตายเป็นอย่างมาก หนึ่งในนั้นคือเหตุผลจากความเชื่อที่ว่า ดวงวิญญาณของผู้ดับสูญจะฟื้นคืนขึ้นมาใหม่ได้ เทพแห่งการดูแลหลังความตายจึงมีอยู่หลายองค์ เช่นเดียวกับอนูบิส ซึ่งมีร่างเป็นคนแต่ศีรษะเป็นหมาใน ซึ่งเป็นเทพแห่งความตายและการจัดการพิธีศพ หลักฐานทางประวัติศาสตร์จะมีการพบเห็นรูปของอนูบิสอยู่ในหลุมฝังศพด้วย

สรุป

ดินแดนแห่งอารยธรรมหลายพันปีแห่งนี้ยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจอีกมากมายนัก ปัจจุบันความสัมพันธ์ของไทยและอียิปต์เป็นไปด้วยดี โดยเฉพาะในกลุ่มผู้นับถือศาสนาอิสลาม เนื่องจากในประเทศอียิปต์มีสถานศึกษาที่มีชื่อเสียงอยู่มาก นับเป็นศูนย์กลางการศึกษาอิสลาม เช่น มหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร (Al Azhar University) ซึ่งมีชาวไทยมุสลิมเข้าไปศึกษาเป็นจำนวนมาก รวมทั้งมีโครงการร่วมมือทางการศึกษาระหว่างไทย-อียิปต์อีกหลายโครงการ

เมื่อท่านมีโอกาสได้ไปเยือนอียิปต์ จึงต้องพึงระลึกอยู่เสมอว่า เราได้เข้าไปอยู่ในวัฒนธรรมที่แตกต่าง การเคารพวิถีชีวิตของชาวอียิปต์จึงเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งความแตกต่างนั้นมีความเป็นระเบียบแบบแผนที่น่าสนใจ นับเป็นอีกเสน่ห์หนึ่งที่เราอยากชวนให้คุณไปเยือนอียิปต์ นอกจากนี้ อียิปต์ยังมีของฝากให้ท่านได้เลือกอีกมากมายในราคาที่ไม่แพง

ทัวร์อียิปต์ไม่ว่าจะเป็นแบบหมู่คณะหรือว่าเดินทางเองแบบแพคเกจอียิปต์ รับรองว่าท่านจะประทับใจกับประเทศนี้ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ของอียิปต์ 

 

ปิรามิด ทัวร์อียิปต์ เที่ยวอียิปต์
ปิรามิด

 

 

 

 

 

บทความน่าอ่าน